กระทรวงเกษตรฯ เผยสถานการณ์น้ำในเขื่อนลดลงต่อเนื่อง ย้ำเดินหน้าตามแผนฯ


นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน (26 ก.พ. 63) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 447 แห่ง มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 41,922 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 18,161 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 35 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 9,980 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 3,284 ล้าน ลบ.ม. ส่วนผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ทั้งประเทศ ล่าสุด (25 ก.พ. 63) มีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 10,575 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 60 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,950 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของแผนฯ และในส่วนของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณเก็บกักน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ ปัจจุบัน มีจำนวนทั้งสิ้น 18 แห่ง 




นายธีระพล ตั๊งสมบุญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย กรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า  อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งลดลงอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำส่วนใหญ่จะใช้ในการนำไปผลิตประปา และรักษาระบบนิเวศ ตามแผนฯที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละเขื่อน ในขณะที่ฤดูแล้งยังเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 2 เดือนเศษ ดังนั้น กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด และเป็นไปตามแผนฯ ที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอใช้ไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้านี้
 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ