'ธรรมชาติซื่อตรงเสมอ'

มีรายงานโลมาหัวบาตรตายหนึ่งตัว วันนี้เจอโลมาสีชมพูตายอีกหนึ่ง ทั้งคู่พบที่ขนอม แหล่งที่อยู่สำคัญของโลมาทั้ง 2 ชนิดและเป็นพื้นที่โดนพายุปาบึกแบบเต็มๆโลมาทั้ง 2 ตัวแม้จะต่างชนิดกัน แต่เป็นโลมาวัยเด็กเหมือนกันแล้วทำไมพวกเธอถึงตาย ? 

เรื่องเริ่มจากโลมาเหล่านี้จะอยู่เป็นฝูงเล็กๆ ว่ายอยู่ตามชายฝั่งขนอมไปจนถึงดอนสักผมเคยสำรวจประชากรโลมาแถวนั้นถ้าเป็นโลมาสีชมพู ทั้งหมดมีมากกว่า 30-40 ตัว (หลายฝูง)หัวบาตรน่าจะใกล้เคียง 20 หรือกว่านั้น (หัวบาตรแถวนี้เจอน้อยกว่าสีชมพูครับ)โลมาสีชมพูจึงกลายเป็นจุดเด่นของขนอม ใครๆ ก็รู้จักและอยากเห็นพวกเธอตอนเด็กๆ สีเทาเข้ม พอโตเต็มวัยแล้วสีจะค่อยๆ เปลี่ยนสีของเธอไม่ใช่เม็ดสีผิวหนัง แต่เป็นสีของหลอดเลือดที่เห็นชัดขึ้นเมื่อเธอแก่หน่อย จะเป็นสีชมพูทั้งตัว

ตัวใหญ่ยาวเกิน 2 เมตรและเป็นโลมานิสัยน่ารักที่สุดแห่งหนึ่งในโลกกล้ากล่าวเช่นนี้เพราะผมเคยเจอพวกเธอเข้ามาจนติดเรือ...บ่อยครั้งบางหนถึงขั้นเอาตัวถูเรือประมงชาวประมงพื้นบ้านแถวนั้นคุ้นเคยพวกเธอเป็นอย่างดีชาวขนอมทุกคนก็รักเธอกล้าพูดอีกเช่นกัน เพราะเคยลงไปทำงานเรื่องโลมากับคนแถวนั้น นานกว่า 2 ปีเคยทำแคมเปญรักโลมาขนอม เคยเป็นกรรมการตัดสินชื่อโลมาที่เด็กๆ ส่งกันเข้ามาประกวดหลังโหนกเลหนอม ผมยังจำบางชื่อได้(โลมาสีชมพูพอโตเต็มวัยจะมีหลังโหนก ชื่อภาษาอังกฤษจึงมีคำว่า humpbacked dolphin)คราวนี้มาถึงเหตุน่าเศร้าพวกเธอทั้ง 2 ชนิดเป็นโลมาที่อยู่ตามริมชายฝั่ง

โดยเฉพาะโลมาสีชมพูที่ขนอม อยู่ติดฝั่งมาก แทบไม่เคยออกไปไกลเกิน 1 กิโลเมตร (ปรกติเจอห่างฝั่งแค่ 100-500 เมตร)แม่โลมาเมื่อมีลูก จะคอยดูแล คอยให้นม(โลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมครับ)เมื่อพายุพาคลื่นเข้ามา โลมากลุ่มนี้ก็จะโดนคลื่นหนักหากลูกไม่พลัดหลงกับแม่ ยังอยู่ในฝูง ก็คงไม่เป็นไร เพราะจะว่ายหลบคลื่นสู้คลื่นได้แต่ลูกโลมาทั้ง 2 ตัว คงเคราะห์ร้ายพวกเธอเจอคลื่นหนักจนตามแม่ไม่ทันพวกเธอพลัดหลงกับแม่ ขณะที่คลื่นโหมกระหน่ำยิ่งหลงก็ยิ่งเตลิด ว่ายสับสนไปมา พยายามหาแม่ให้เจอ

แม่จ๋า...แม่อยู่ไหน

แม่จ๋าาาา...

แม่โลมาก็คงว่ายเวียนวนหาลูกว่ายไปพร้อมใจที่แทบแตกสลายลูกๆๆ ไม่เจอๆๆๆๆลูกโลมากระเสือกกระสนสู้คลื่นสูง 4-5 เมตรเธอพยายามโผล่ขึ้นมาหายใจพยายามทุกวิถีทาง แต่สุดท้าย เธอทั้งคู่ไม่เจอแม่แม่ทั้งคู่ไม่ได้เจอพวกเธอลูกโลมาจึงจากไป เพราะเธอไม่ใช่ปลา

โลมาเป็นสัตว์มีปอด พวกเธอต้องโผล่ขึ้นมาหายใจเป็นระยะลูกโลมาจมน้ำตายด้วยแรงคลื่น...สัตว์ทะเลหายาก โลมาที่มีค่ามากมาย ทำให้ขนอมเป็นที่รู้จักท้่วไทย และกำลังเริ่มโด่งดังไปทั่วโลกจากไปพร้อมกับผลของพายุปาบึกพวกเราช่วยเธอไม่ได้หรอกครับ ธรรมชาติก็คือธรรมชาติธรรมชาติซื่อตรงเสมอ ไม่มีใจดี ไม่มีใจร้าย

ผมเขียนเรื่องนี้ยาวหน่อย เพื่อพาเพื่อนธรณ์มาถึงบทสรุปเราช่วยเธอทั้งคู่จากพายุไม่ได้แต่เราสามารถช่วยพวกเธอช่วยแม่ของเธอ ช่วยน้องของเธอที่จะเกิดมาใหม่ ช่วยฝูงโลมาของเธอ...

เราช่วยได้ด้วยการลดขยะพลาสติกใช้แล้วทิ้งทุกชนิดช่วยกันเก็บขยะทะเลทุกอย่าง ที่จะมามากมายหลังน้ำท่วมใหญ่พวกเราช่วยพวกเธอได้ครับเพราะพายุอาจทำให้พวกเธอตายบ้างแต่นานแสนนานจะเกิดขึ้นสักครั้งแต่มนุษย์ฆ่าพวกเธอในอ่าวไทย ในทะเลไทย ปีละหลายสิบตัวสาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเธอตาย เกิดจากขยะทะเลเกิดจากความไม่รับผิดชอบของพวกเราความไม่ใส่ใจของพวกเรา ความมักง่ายของพวกเรานั่นคือสาเหตุหลักที่ฆ่าพวกเธออยู่แทบทุกวัน ทุกสัปดาห์สงสารน้องโลมา อย่าฆ่าพวกเธอครับ

เพื่อนธรณ์อ่านจบแล้วคงเศร้าแต่ถ้าวันนี้ คุณออกจากบ้านถือถุงผ้าไปด้วย ถือกระติกหรือแก้วไปด้วยความเศร้าจะไม่เป็นเพียงแค่ความเศร้าอีกต่อไปแต่ความเศร้าจะมีความหมาย...มีความหมายมากมายต่อท้องทะเลไทยที่กำลังบอบช้ำครับ

เรื่อง : ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ภาพ : ชาวบ้านขนอมที่รักพวกเธอ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ